ฝากข้อความด่วน


เทโวโรหะณะ

เมื่อ 2/11/2011
 
         วันเทโวโรหนะ หมายถึงวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากเทวโลกมาสู่มนุษยโลกหลังจากที่ได้แสดงธรรมเทศนาโปรดพระมารดา และเสด็จจำพรรษา ณดาวดึงส์พิภพครบไตรมาสแล้วโดยเสด็จลงทางบันไดสวรรค์ที่ประตูเมืองสังกัสสนครทางตอนเหนือของกรุงสาวัตถี ตรงกับวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ หรือวันพระเจ้าเปิดโลก
 
        เหตุที่เกิดวันเทโวโรหนะนั้นมีเรื่องเล่าตามอรรถกถาธรรมบทพอจะสรุปได้ว่าภายหลังจากที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ ทรงเสด็จไปประทับ ณ นครสาวัตถีและทรงแสดงธรรมโปรดประชาชนอยู่เป็นประจำ จนมีประชาชนอยู่เป็นประจำจนมีประชาชนจำนวนมากหันมานับถือศาสนาพุทธการที่ประชาชนหันมานับถือศานาพุทธด้วย ทำให้เหล่าเดียรถีย์เสื่อมลงเครื่องสักการะเดียรถีย์เหล่านี้ก็ลดน้อยลงด้วยเช่นเดียวกันทำให้พวกเดียร์ถีย์เดือดร้อนต่างพากันคิดหาวิธีทำลายพระพุทธศาสนาโดยการกล่าวร้ายพระพุทธเจ้า และเหล่าสาวกบ้างแกล้งเบียดเบียนพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนบ้างแต่ก็ไม่สามารถทำให้ประชาชนเสื่อมความศรัทธาในพระพุทธศาสนาได้ในทางกลับกันพวกเดียรถีย์กลับได้รับผลร้ายนั้นเสียเองในที่สุดเหล่าเดียรถีย์จึงคิดแผนการทำลายพระพุทธศาสนาขึ้นอีกอย่างหนึ่งโดยอาศัยพระพุทธบัญญัติในข้อที่ว่าห้ามมิให้พระสาวกในพระพุทธศาสนาแสดงอิทธิปาฎิหาริย์ซึ่งเหล่าเดียรถีย์เข้าใจว่าพระพุทธเจ้าคงไม่กล้าฝ่าฝืนข้อห้ามที่พระองค์ทรงบัญญัติไว้ด้วยพระองค์เอง จึงช่วยกันกระจายข่าวว่า 'พระพุทธเจ้าและเหล่าสาวกสิ้นท่าหมดปาฎิหารย์ไร ๆ แล้ว จึงงดการแสดงตรงกันข้ามกับเหล่าคณาจารย์เดียรถีย์ซึ่งมีปาฏิหาริย์อบรมมั่นคงเต็มี่พร้อมเสมอจะแสดงให้ปรากฎเมื่อไรได้ทุกเมื่อถ้าไม่เชื่อก็เชิญพระพุทธเจ้ามาแสดงปาฏิหารย์แข่งกันดูว่าใครจะเก่งกาจสามารถกว่าใคร'
         ข่าวที่เดียรถีย์กล่าวหาพระพุทธเจ้านั้นได้กระจายไปทั้ว เป็นที่โจษจันของชาวเมืองโดยทั่วไปบ้างำมรู้แก่นแท้ในพรุพุทธศาสนาก็พากันวิพากษ์วิจารณ์ในทางเสื่อมเสียพวกเดียร์ถีย์เห็นว่าพระพุทธเจ้าและเหล่าสาวกเงียบเฉยไม่ออกมาแก้ความก็กล่าวหาพระพุทธเจ้าหนักขึ้นว่า 'พระพุทธเจ้าไม่มีความสามารถในการแสดงอิทธิปาฏิหารย์จึงเงียบอยู่เช่นนี้ไม่กล้ารับคำท้าทายจากเหล่าเดียรถีย์ทั้งหลาย 'ความนี้ได้รู้ถึงพระพุทธเจ้าในเวลาต่อมาทรงใคร่ครวญว่าหากพระองค์ไม่แสดงปาฏิหารย์ให้เดียรถีย์ประจักษ์แก่สายตาจะเกิดผลเสียแก่พระพุทธศาสนามากกว่าผลดีเป็นแน่พระพุทธเจ้าจึงทรงประกาศว่าพระองค์จะแสดงยมกปาฏิหารย์ ณ ต้นมะม่วงในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘เมื่อเหล่าเดียรถีย์ได้รู้ความที่พระพุทธเจ้าที่แสดงอิทธิปาฏิหารย์ก็พากันหวาดกลัว ต่างกากลวิธีกลั่นแกล้งมิให้พระพุทธเจ้าทรงสามารถแสดงปาฏิหารย์ได้โดยแบ่งออกเป็น ๓ พวกพวกหนึ่งช่วยกันทำลายต้นมะม่วงในเมืองสาวัตถีจนหมดสิ้นส่วนพวกหนึ่งช่วยกันสร้างมณฑปในวัดเพื่อแสดงปาฏิหารย์ของตนส่วนอีกพวกหนึ่งให้ช่วยกันประกาศให้ประชาชนไปชมการแสดงปาฏิหาริย์ของพระพุทธเจ้า และคอยชมความล้มเหลวในการแสดงปาฏิหาริย์ครั้งนี้
          เมื่อถึงกำหนดที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศไว้ ปรากฎว่าเกิดพายุใหญ่พัดมณฑปของพวกเดียรถีย์พังจนหมดสิ้นส่วนพระพุทธเจ้ายังมิได้ทรงมีทีท่าว่าจะแสดงปาฏิหาริย์แต่อย่างใดและในตอนบ่ายของวันนั้นนายคัณฑะ คนเฝ้าพระราชอุทยานของพระเจ้าปเสนทิโกศลได้ถวายมะม่วงผลหนึ่งแก่พระพุทธเจ้าเสียก่อนเกิดความศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธองค์จึงนำมะม่วงผลนั้นถวายแด่พระพุทธเจ้าเมื่อพระพุทธเจ้าได้รับมะม่วงสุกผลนั้นจากนายคัณฑะทรงรับสั่งให้พระอานนท์นำมะม่วงสุกผลนั้นไปทำน้ำปานะถวายและให้นำเมล็ดมะม่วงวางลงบนพื้นดินบริเวณนั้นเมื่อทรงฉันน้ำปานะหมดทรงล้างพระหัตถ์ให้น้ำล้างพระหัตถ์รดบนเมล็ดมะม่วงนั้น ปรากฏว่า ต้นมะม่วงได้งอกขึ้นและใหญ่โดอย่างรวดเร็วพระพุทธเจ้าทรงรับสั่งว่า พระองค์จะแสดงปาฏิหารย์ ณ ต้นมะม่วงแห่งนี้พระพุทธเจ้าทรงเนรมิตช่อไฟและท่อน้ำแล่นเป็นคู่สลับกันไปมาในอากาศรอบต้นมะม่วงนั้น และทรงเนรมิตบุคคลผู้เหมือนพระองค์ทุกประการขึ้นองค์หนึ่งพร้อมกับทรงเปล่งพระฉัพพรรณรังสีกระจายออกทั่วบริเวณพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมพร้อมกับทรงจงกรมสลับกับพระพุทธนิมิตเมื่อประชาชนได้เห็นแก่สายตาของตนเองว่าพระพุทธเจ้าสามารถแสดงปาฏิหาริย์ได้เสมอ ก็เกิดความเลื่อมใสศรัทธากันโดยทั่วไปส่วนเหล่าเดียรถีย์นั้นประชาชนต่างพากันสมน้ำหน้าสาปแช่งจนพวกเดียรถีย์นั้นต้องย่อยยับลงไปในครั้งนี้เอง
         ในวันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันเข้าพรรษาพระพุทธเจ้าทรงประกาศว่า พระองค์จะไปจำพรรษายังดาวดึงส์เทวโลกเนื่องจากทรงระลึกว่าทรงเทศนาโปรดพระเจ้าสุทโธทนะ พระพุทธบิดา พระนางปชาบดีพระนางยโสธราพิมพา และพระราหุลราชกุมารตลอดจนประยูรญาติทั้งหลายให้บรรลุมรรคผลตามสมควรแล้วแต่ยังมิได้สนองพระคุณพระนางสิริมหามายา พระพุทธมารดาเนื่องจากพระพุทธมารดาสิ้นพระชนม์ไปตั้งแต่พระองค์ประสูติได้เพียง ๗วันเท่านั้น เห็นว่าควรจะสนองพระคุณพระพุทธมารดาให้สมควรแก่พระคุณทรงเทศนาพระอภิธรรมปิฎกโปรดพระพุทธมารดา ตลอดเวลา ๓ เดือนเมื่อออกพรรษาพระองค์จึงเสด็จลงจากดาวดึงส์เทวโลกมาสู่โลกมนุษย์ ณประตูเมืองสังกัสสนคร โดยมีขบวนเทพยดา และประชาชนตามส่งเสด็จและรับเสด็จอย่างสมพระเกียรติ ในวันเทโวโรหนะนี้พระองค์ทรงเนรมิตให้เทวดามนุษย์ และสัตว์นรก สามารถมองเห็นซึ่งกันและกันได้
          เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จลงจากดาวดึงส์เทวโลก ในวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ประชาชนจำนวนมากต่างพร้อมใจมาเฝ้ารับเสด็จและนำภัตตาหารมาถวายแด่พระพุทธเจ้า แต่ประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จนั้นมีจำนวนมากบางพวกที่อยุ่***งไม่สามารถใส่อาหารลงในบาตรได้จึงนำข้าวสาลีมาปั้นเป็นก้อน ๆ แล้วโยนใส่บาตรจนกระทั่งเป็นประเพณีนิยมมาจนถึงปัจจุบันที่ต้องทำข้าวต้มลูกโยนใส่บาตรในวันเทโวโรหนะ

กิจกรรมที่นิยมทำในวันนี้
   ๑.   ทำบุญตักบาตรเทโว ซึ่งเป็นประเพณีนิยมดังกล่าวมาแล้วในข้างต้น
   ๒.   ฟังธรรมเทศนา
   ๓.   ทำทาน
   ๔.   รักษาศีลภาวนา
ความคิดเห็นของผู้เข้าชม
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น :
สถานะ : รหัสผ่าน :
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
รหัสความปลอดภัย :
 


เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน
 
บทความธรรมะ
ศีล ๕
อานิสงส์การบรรพชาอุปสมบท
อานิสงส์บวชชีพราหมณ์
สิ่งที่สูงกว่าเงิน
สติปัฎฐาน๔
ปุจฉา ถูกซุบซิบนินทาจะทำอย่างไร
ปรัชญาสร้างความสุขโดยพระธรรมโกศาจารย์
อบายมุข ๖
สติมาปัญญาเกิด
ใครลิขิตชีวิตเรา
กฐิน
ปัจฉิมโอวาท
อานิสงส์การอนุโมทนาบุญ
พิธีแสดงตนเป็นพุทธมามกะ
บทความน่าสนใจ
ปริวาสกรรมโดยสังเขป
ธงจรเข้และธงนางมัจฉา
บุญการถวายผ้าเป็นพุทธบูชา
การเวียนเทียน
ธรรมะสาระ
ประวัติวันแม่แห่งชาติ
การถวายสลากภัตต์
พิธีการกวนข้าวทิพย์
พิธีการรักษาศีลอุโบสถ
อภัพบุคคล
นามแห่งพระพุทธ
พุทธชยันตี
ประวัติตำบลตลาดน้อย
ปริวาสกรรมทั่วไทย
พระประวัติกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
วันสำคัญ
วันสารทไทย
วันตรุษไทย
วันพระ วันธรรมสวนะ
วันอัฐมีบูชา
วันสงกรานต์
วันมาฆบูชา
วันวิสาขบูชา
วันลอยกระทง
เทโวโรหะณะ
วันออกพรรษา
วันเข้าพรรษา
วันอาสาฬหูบูชา
บทสวดมนต์ต่างๆ
พระคาถาต่างๆ
วีดีโอบทสวดและคาถา
แบนเนอร์ของเรา
โค๊ตแบนเนอร์เว็บของเรา
รวมเว็บไซต์ธรรมะ
เว็บไซต์ธรรมะออนไลน์
ปฎิทิน
October 2020
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
    
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
สถิติ
เปิดเมื่อ6/06/2011
อัพเดท22/11/2014
ผู้เข้าชม479611
แสดงหน้า608947
ฝากเมลล์รับข่าวสาร
สมาชิกเข้าระบบ

สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน